เทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม

 

 

แนวโน้มของเทคโนโลยีสารสนเทศ

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2524 ซึ่งเป็นปีที่บริษัทไอบีเอ็มได้นำ ไมโครคอมพิวเตอร์ออกจำหน่าย ไมโครคอมพิวเตอร์ในขณะนั้นใช้ซีพียู 8088 เพียงไม่กี่ปีต่อมาก็ได้พัฒนาไมโครคอม- พิวเตอร์ที่ใช้ซีพียู 80286 หากย้อนกลับไปในอดีตพบว่า ไมโครคอมพิวเตอร์เปลี่ยนรุ่นใหม่ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันซีพียูที่ใช้เป็นรุ่นเพนเตียมทรี ที่มีความเร็วใกล้ 1000 Mhz ขีดความสามารถของคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันมีความเร็วในการคำนวณมากกว่าเดิม มีผล ทำให้พัฒนาการทางซอฟต์แวร์ก้าวหน้าไปจากเดิมมาก นอกจากซีพียูแล้ว ฮาร์ดดิสก์ก็ พัฒนาความจุมากขึ้นจากเดิมที่มีความจุเพียง 10 เมกะไบต์ พัฒนามาจนถึง 18.3 กิกะไบต์ และหน่วยความจำที่เคยมีเพียง 64 กิโลไบต์ พัฒนามาถึง 256 เมกะไบต์ ขีดความสามารถ เหล่านี้ทำให้การทำงานของคอมพิวเตอร์ตอบสนอง ความต้องการของผู้ใช้ได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในปัจจุบัน คอมพิวเตอร์สามารถประมวลผลรูปภาพได้ดี มีการ ใช้งานกับอุปกรณ์สื่อประสมที่ต้องการทั้งตัวอักษร รูปภาพ เสียง และวิดิทัศน์มากขึ้น

หากพิจารณาแนวโน้มด้านความเร็วของการสื่อสารข้อมูล พบว่าความเร็วได้เปลี่ยน แปลงรวดเร็วเช่นกัน ซึ่งขณะนี้ความเร็วของการสื่อสารในเครือข่ายแลนที่ใช้ เอทีเอ็ม สวิตช์ มีความเร็วถึง 622 ล้านบิตต่อวินาที และเรามีตัวกลางที่ใช้ในการนำสัญญาณที่เป็น เส้นใยนำแสง ทำให้การสื่อสารมีแนวโน้มที่จะเพิ่มความเร็วขึ้นอีกมากในอนาคต

คอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง

การที่จะทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้เร็วขึ้น และ มีประสิทธิภาพสูงขึ้น นอกจากจะขึ้นอยู่กับความเร็วของ จังหวะการคำนวณภายในชิพแล้ว ยังขึ้นอยู่กับความเร็ว และประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับการทำงานแบบขนาน ซึ่งซีพียู รุ่นใหม่ ๆ ที่พัฒนาในยุคนี้จะเน้นการทำงานภายในเป็น แบบขนาน หมายความว่าซีพียูอ่านคำสั่งเข้าไปทำงาน ได้พร้อมกัน ภายในซีพียูเองก็มีหน่วยคำนวณและตรรกะหลายชุด ซึ่งการทำงานแบบ ขนานนี้ทำให้การทำงานโดยรวมสูงขึ้น เพื่อให้คอมพิวเตอร์มีประสิทธิภาพสูงขึ้น จึงมีผู้ ออกแบบให้คอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งมีซีพียูหลายตัวซีพียูแต่ละตัวทำงานช่วยกัน เราเรียก คอมพิวเตอร์แบบนี้ว่า คอมพิวเตอร์แบบมัลติโพรเซสเซอร์(multiprocesser) บางบริษัทได้ออกแบบเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นแบบมัลติโพรเซสเซอร์ โดยใช้ซีพียู แต่ละตัวที่มีรูปแบบการคำนวณหรือการแบ่งแยกงานและทำงานขนานกันไป เราเรียก คอมพิวเตอร์ชนิดนี้ว่า เอ็มพีพี (MassivelyParallel Processor : MPP) เครื่องคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงเหมาะกับงานที่ต้องคำนวณตัวเลขจำนวนมาก มายมหาศาล เช่นงานพยากรณ์อากาศ งานจำลองระบบมลภาวะเกี่ยวกับน้ำท่วมหรือ จราจร เป็นต้น

 

เทคโนโลยีสื่อประสม

 

เทคโนโลยีแบบสื่อประสม (multimedia) หมายถึง การใช้สื่อหลายแบบผสมกัน ซึ่ง มีทั้งที่เป็นข้อความ ตัวหนังสือ รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว เสียงพูด เสียงดนตรี และ วิดิทัศน์ ซึ่งขณะนี้กำลังเป็นที่นิยมมาก คอมพิวเตอร์ที่ใช้กับสื่อประสมจึงต้องการซีพียูที่ทำงานได้เร็ว ซึ่งระบบสื่อประสมนี้จะ เข้ามามีบทบาททำให้เกิดการใช้งานอย่างกว้างขวาง เช่น ใช้ทำหนังสือบนแผ่นซีดี ใช้ สร้างเกมที่มีลักษณะเหมือนจริงมากขึ้น ใช้ในการสื่อสารที่นำสื่อทุกชนิดไปด้วยกัน เกิด ระบบการประชุมที่เรียกว่า การประชุมทางวิดิทัศน์ (video conference) ที่ทำให้สามารถ ติดต่อประชุมกันเหมือนอยู่ใกล้ ๆ กัน

 

 

การเปลี่ยนแปลงระบบอุปกรณ์

ความก้าวหน้าด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ทำให้เกิดการแข่งขันกันทางธุรกิจสูงมาก มีการแข่งขันกันประดิษฐ์อุปกรณ์ใหม่ ๆ ตลอดเวลา แนวทางการเปลี่ยนแปลงในเรื่อง อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่คอมพิวเตอร์เข้าไปมีบทบาท มีดังนี้

1. ระบบควบคุมอัตโนมัติ

ปัจจุบันมีผู้สามารถผลิตไมโครโพรเซสเซอร์ได้จำนวนมากและราคาถูก จึงมีผู้นำไป ใช้เป็นอุปกรณ์ควบคุมให้ทำงานอัตโนมัติ เช่น เครื่องปรับอากาศที่ สามารถตั้งโปรแกรมควบคุมการทำงาน เครื่องเสียงเตาอบไมโครเวฟ เครื่องซักผ้า โทรทัศน์ ซึ่งเหล่านี้ล้วนแล้วใช้ระบบควบคุมระยะไกลหรือ แม้แต่ลิฟต์ ในรถยนต์ก็ใช้ระบบควบคุมอัตโนมัติกันมากขึ้น จนในปัจจุบันมีการสร้าง อาคารอัจฉริยะกล่าวคือ ใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมอาคารเพื่อให้ประหยัดพลังงาน ควบคุม ระบบรักษาความปลอดภัยให้กับผู้อยู่ในอาคารทั้งการป้องกันการโจรกรรม และอัคคีภัย

2. ระบบบัตรอิเล็กทรอนิกส์

ระบบที่เรารู้จักกันมากก็คือ ระบบการฝากหรือถอนเงินอัตโนมัติหรือที่เรียกว่า บัตรเอทีเอ็ม ( ATM card) บัตรเครดิตที่ผู้ใช้สามารถซื้อสินค้าจากที่ต่าง ๆ ได้ทั่วโลก และมีการเรียกเก็บเงินทีหลัง บัตรอิเล็กทรอนิกส์จะเป็นบัตรพลาสติกมีแถบแม่เหล็กที่มี รหัสประจำตัวของผู้ใช้ เพื่อบอกรายละเอียดว่าผู้ถือบัตรเป็นใคร อาจใช้ควบคู่กับรหัส ประจำตัวที่ผู้ใช้นั้นได้มาและเป็นรหัสเฉพาะ

 

ปัจจุบันมีผู้นำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ชนิดใหม่มาใช้ เรียกว่า บัตรเก่ง (smart card) บัตร ชนิดนี้บรรจุชิพที่เป็นหน่วยความจำและวงจรไมโครโพรเซสเซอร์ ลงไปด้วย ทำให้มีขีดความสามารถในการประมวลผล และจดจำ ข้อมูลในบัตรได้ บัตรนี้อาจนำมาใช้ในงานด้านต่าง ๆ ดังนี้ เก็บประวัติคนไข้ และมีการใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชน บัตรนักเรียน นักศึกษา

3. อุปกรณ์บอกชี้ตำแหน่งบนพื้นโลก

เครื่องบอกตำแหน่งนี้มีขนาดเล็กเท่าวิทยุมือถือ เมื่อส่งสัญญาณรับส่งกับดาวเทียม 3 ดวงที่โคจรนิ่งอยู่บนท้องฟ้า ก็จะแสดงตำแหน่งพิกัด เส้นรุ้ง เส้นแวงบนพื้นโลกได้อย่างละเอียดตามตำแหน่ง ที่อยู่ เครื่องบอกตำแหน่งนี้ได้รับการนำมาใช้กับงานด้าน ต่างๆ ได้มาก เช่นใช้ติดกับรถยนต์เพื่อบอกตำแหน่ง รถยนต์ในแผนที่ และให้คอมพิวเตอร์เลือกเส้นทางการ เดินทางให้ ใช้สำหรับงานสร้างแผนที่ทางภูมิศาสตร์ ใช้ในการคำนวณหาระยะทางของสองจุดในพื้นที่โลกที่อยู่ห่างไกลกันได้แม่นยำ ใช้ใน ระบบการติดตามโจรผู้ร้ายของกรมตำรวจ เพื่อส่งรถสายตรวจไปยังบริเวณที่เกิดเหตุ ได้รวดเร็วที่สุด

4 อุปกรณ์พิเศษสำหรับรับข้อมูลและแสดงผล

เพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ดียิ่งขึ้น จึงมีผู้พัฒนาระบบรับข้อมูลและระบบ แสดงผลข้อมูลสมัยใหม่ เพราะมีข้อเด่นคือรับข้อมูลได้สะดวก แม่นยำ และใช้ประโยชน์ ได้กว้างขวาง เช่น อุปกรณ์อ่านข้อมูลจากรหัสแท่ง อุปกรณ์อ่านข้อมูลด้วยแสง อุปกรณ์

5. ปัญญาประดิษฐ์

สืบเนื่องจากความก้าวหน้าของคอมพิวเตอร์เป็นไปในทุกด้านทั้งด้านฮาร์ดแวร์และ ซอฟต์แวร์จึงทำให้นักคอมพิวเตอร์ทั้งหลายตั้งความหวังว่าจะทำให้คอมพิวเตอร์มีความ ฉลาดและช่วยทำงานให้มนุษย์ได้มากขึ้น โดยเฉพาะวิทยาการด้าน ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) ซึ่งเชื่อกันว่าจะเป็นวิทยาการที่จะช่วยให้มนุษย์ใช้ คอมพิวเตอร์แก้ปัญหาต่าง ๆ ที่สำคัญ เช่น การให้คอมพิวเตอร์เข้าใจภาษามนุษย์ รู้จัก ใช้ความคิด รู้จักใช้เหตุผล การเรียนรู้ ตลอดจนการสร้างหุ่นยนต์

 

ปัญญาประดิษฐ์ มีความหมายถึงการสร้างเครื่องจักรให้สามารถทำงานได้เหมือนคน ที่ใช้ปัญญาหรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นการประดิษฐ์ปัญญาให้กับคอมพิวเตอร์นั่นเอง เพื่อให้ คอมพิวเตอร์สามารถจำลองการทำงานต่าง ๆ เลียนแบบพฤติกรรมของคน โดยเน้นแนว ความคิดแบบสมอง มนุษย์ที่มีการวางแผนการเรียนรู้ การให้เหตุผล การตัดสินใจ การแก้ ปัญหา ตลอดจนการเลือกแนวทางดำเนินการในลักษณะที่คล้ายมนุษย์ ความรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์รวมไปถึงการสร้างระบบที่ทำให้ คอมพิวเตอร์สามารถมองเห็น และจำแนกรูปภาพหรือสิ่งต่าง ๆออก จากกัน ในด้านการฟังเสียงก็รับรู้และแยกแยะเสียง และจดจำคำ พูดและเสียงต่าง ๆ ได้ การสัมผัสและรับรู้ข้อมูลข่าวสารจะต้องมี กระบวนการเก็บความรอบรู้การถ่ายทอด การแปลความ และการนำ เอาความรู้มาใช้ประโยชน์ ปัญญาประดิษฐ์เป็นเรื่องที่นักวิจัยพยายามดำเนินการและ สร้างรากฐานไว้สำหรับอนาคตมีการคิดค้นหลักการ ทฤษฎี และวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้ คอมพิวเตอร์มีการพัฒนาโครงสร้างฐานความรู้

งานประยุกต์ทางด้านปัญญาประดิษฐ์ที่กำลังได้รับความสนใจในขณะนี้ เช่น 1. งานประมวลผลภาษาธรรมชาติ คือ สามารถทำให้คอมพิวเตอร์ เข้าใจภาษามนุษย์ได้มากขึ้น 2. งานระบบผู้ชำนาญการ คือการประยุกต์หลักการปัญญาประดิษฐ์ ที่เก็บสะสมความรู้ของผู้เชี่ยวชาญเพื่อเรียกมาใช้ประโยชน์ได้ 3. งานหุ่นยนต์ เป็นการสร้างเครื่องจักรให้ทำงานแทนมนุษย์ ทั้ง การมองเห็น การรับรู้ความรู้สึก รับรู้สิ่งแวดล้อมต่าง ๆเหมือนมนุษย์

ดังนั้น งานวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์จึงเป็นงานที่น่าสนใจ มาก เป็นเรื่องแปลกใหม่และท้าทายความสามารถของมนุษย์ และเป็นงานที่รอนักวิทยาศาสตร์และนักคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ที่ จะเข้ามาช่วยกันคิดและพัฒนาต่อไป

 

 

 

ย้อนกลับ      หน้าต่อไป